Champ EngRish

Tenses ในภาษาอังกฤษคืออะไร? มีกี่แบบ ใช้ยังไงบ้าง

คำว่า Tenses เป็นหนึ่งในหัวข้อ Grammar ที่ทำให้หลายคนรู้สึกสับสน
เพราะมีทั้งชื่อยาว ตารางเยอะ และกฎที่ดูซับซ้อน

แต่ความจริงคือ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจ Tenses ทุกแบบก่อน ถึงจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของ Tenses ทั้งหมด
เข้าใจว่าแต่ละ Tense คืออะไร ใช้ตอนไหน
และควรเริ่มเรียนจากตัวไหนก่อนเพื่อให้เรียนได้อย่างเป็นระบบ และไม่ท้อระหว่างทาง

Tenses คืออะไร?

Tense คือรูปแบบของกริยา ที่ใช้บอกว่าเหตุการณ์นั้น

  • เกิดขึ้น เมื่อไร
  • เกิดขึ้น นานแค่ไหน
  • และ จบแล้วหรือยัง

ตัวอย่างเช่น

  • I work here. (ปัจจุบัน)
  • I worked yesterday. (อดีต)
  • I will work tomorrow. (อนาคต)

ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยน Tense เพื่อบอก “เวลา”  ของเหตุการณ์ในประโยค

ทำไม Tenses ถึงสำคัญ?

Tenses ช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่าน เข้าใจบริบทของเวลาได้ถูกต้อง
แม้คุณจะใช้คำศัพท์ง่าย ๆ ก็ตาม

ประโยคต่อไปนี้ต่างกันแค่ Tense แต่ความหมายเปลี่ยนทันที

  • I finish the report.
  • I finished the report.
  • I have finished the report.

ดังนั้น Tenses จึงสำคัญต่อ
✔ การพูด
✔ การเขียน
✔ การทำงาน
✔ การสอบ

Tenses ในภาษาอังกฤษมีกี่แบบ?

ในภาษาอังกฤษ มีทั้งหมด 12 Tenses
แบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา × 4 รูปแบบ

3 ช่วงเวลา

  • Present (ปัจจุบัน)
  • Past (อดีต)
  • Future (อนาคต)

     

4 รูปแบบ

  • Simple
  • Continuous
  • Perfect
  • Perfect Continuous

ตารางภาพรวม Tenses ทั้งหมด

เวลา

Simple

Continuous

Perfect

Perfect Continuous

Present

Present Simple

Present Continuous

Present Perfect

Present Perfect Continuous

Past

Past Simple

Past Continuous

Past Perfect

Past Perfect Continuous

Future

Future Simple

Future Continuous

Future Perfect

Future Perfect Continuous

📌 ไม่จำเป็นต้องจำทุกชื่อในครั้งเดียว

แค่รู้ว่า “มีอะไรบ้าง” ก็เพียงพอสำหรับบทความหลักนี้

กลุ่ม Present Tenses (ปัจจุบัน)

1. Present Simple

ใช้พูดถึงเรื่องทั่วไป สิ่งที่ทำเป็นประจำ ความจริง

ตัวอย่าง : I work in Bangkok.

ดูบทความเต็มเรื่อง Present Simple คืออะไร ใช้ยังไง

2. Present Continuous

ใช้พูดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ หรือเหตุการณ์ที่เป็นลักษณะชั่วคราว

ตัวอย่าง : I’m working right now.

ดูบทความเต็ม Present Continuous คืออะไร?

3. Present Perfect

ใช้พูดถึงสิ่งที่ทำเสร็จแล้ว และผลของเหตุการณ์นั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

ตัวอย่าง : I have finished the report.

ดูบทความเต็มเรื่อง Present Perfect ใช้ยังไงให้ไม่งง

4. Present Perfect Continuous

ใช้เน้นว่ากำลังทำสิ่งนั้น มานานแค่ไหน และเหตุการณ์ยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่าง : I have been working here for 5 years.

ดูบทความเต็มเรื่อง Present Perfect Continuous คืออะไร

กลุ่ม Past Tenses (อดีต)

5. Past Simple

ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบแล้วในอดีต

ตัวอย่าง : I worked yesterday.

ดูบทความเต็มเรื่อง Present Simple คืออะไร ใช้ยังไง

6. Past Continuous

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต

ตัวอย่าง : I was working when you called.

ดูบทความเต็มเรื่อง Past Continuous คืออะไร

7. Past Perfect

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต

ตัวอย่าง : I had finished before he arrived.

ดูบทความเต็มเรื่อง Past Perfect คืออะไร? ใช้เมื่อไหร่ และต่างจาก Past Simple ยังไง

8. Past Perfect Continuous

ใช้เน้นความต่อเนื่องของเหตุการณ์ในอดีต

ตัวอย่าง : I had been working for hours.

ดูบทความเต็มเรื่อง Past Perfect Continuous คืออะไร

กลุ่ม Future Tenses (อนาคต)

9. Future Simple (will / going to)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต เช่น แผนการ หรือการตัดสินใจ

ตัวอย่าง : I will call you later.

ดูบทความเต็มเรื่อง Future Simple คืออะไร? (will / going to) ใช้ตอนไหน

10. Future Continuous

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ จะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่าง : I will be working tomorrow.

ดูบทความเต็มเรื่อง Future Continuous คืออะไร

11. Future Perfect

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่ จะเสร็จสิ้นก่อนเวลาหนึ่งในอนาคต

ตัวอย่าง : I will have finished by Friday.

ดูบทความเต็มเรื่อง Future Perfect คืออะไร? ใช้ตอนไหน

12. Future Perfect Continuous

ใช้เน้นระยะเวลาที่เหตุการณ์ จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงจุดหนึ่งในอนาคต

ตัวอย่าง : I will have been working here for 10 years.

ดูบทความเต็มเรื่อง Future Perfect Continuous คืออะไร

ควรเริ่มเรียน Tenses ตัวไหนก่อน?

ถ้าคุณเป็นผู้เริ่มต้น หรืออยากเน้น พูดได้จริง

ไม่จำเป็นต้องเรียนครบ 12 Tenses ตั้งแต่แรก

ลำดับที่แนะนำคือ

  1. Present Simple
  2. Past Simple
  3. Future Simple
  4. Present Continuous
  5. Present Perfect

เพียงแค่นี้ก็ครอบคลุมการใช้งานจริงมากกว่า 80% ในชีวิตประจำวันแล้ว

สิ่งที่หลายคนพลาดเกี่ยวกับ Tenses

  • ท่องสูตร แต่ไม่เคยนำไปใช้จริง
  • พยายามเรียนทุก Tense พร้อมกัน
  • กลัวใช้ผิด จนไม่กล้าพูด
  • แปลจากไทยเป็นอังกฤษในหัวตลอดเวลา

จำไว้ว่า Tenses มีไว้ช่วยให้สื่อสารชัดเจน ไม่ใช่มีไว้ขัดการพูดหรือทำให้คุณไม่กล้าใช้ภาษา

สรุป

Tenses ในภาษาอังกฤษไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ถ้าคุณเข้าใจภาพรวม รู้ว่ามีอะไรบ้าง
แล้วค่อยๆ เรียนทีละ Tense ตามการใช้งานจริง

บทความนี้คือ “แผนที่”
ส่วนบทความย่อยแต่ละ Tense คือ “ทางเดิน”

ค่อย ๆ เรียน ค่อย ๆ ใช้
แล้ว Tenses จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปเอง

หากคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่มีพื้นฐานเลย สามารถเริ่มต้นได้ที่ CHAMP Language Center คุณสามารถเลือกดูคอร์สเรียนต่างๆ ของเราได้ที่หน้า คอร์สเรียนของเรา ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เรียนทุกระดับ 

สนใจสมัครคอร์สเรียน