เมื่อพูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษไม่ได้มีแค่คำว่า future เพียงอย่างเดียว แต่มีหลายวิธีในการพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น โดย Future Simple เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุด
สิ่งที่หลายคนสับสนคือ ควรช้ will หรือ going to ตอนไหน บทความนี้จะช่วยให้คุณเลือกใช้ได้ถูกจังหวะ เข้าใจง่าย โดยไม่ต้องท่องสูตรให้ปวดหัว
Future Simple ใช้พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น
รูปแบบหลักคือ
ใช้ will เมื่อตัดสินใจทันทีในขณะนั้น โดยไม่ได้วางแผนมาก่อน
ตัวอย่างประโยค
ใช้ will เมื่อต้องการให้คำสัญญา หรือเสนอความช่วยเหลือ ซึ่งพบได้บ่อยมากในบริบทการทำงาน
ตัวอย่างประโยค
เมื่อต้องการคาดการณ์จากความคิดเห็นหรือความรู้สึกส่วนตัว โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน
ตัวอย่างประโยค
เมื่อตัดสินใจหรือวางแผนไว้แล้วก่อนเวลาพูด
ตัวอย่างประโยค
เมื่อต้องการคาดการณ์อนาคตจากหลักฐานหรือแนวโน้มที่เห็นได้ชัด
ตัวอย่างประโยค
Subject + will + Verb ช่อง 1
ตัวอย่างประโยค
Subject + am / is / are + going to + Verb ช่อง 1
ตัวอย่างประโยค
ใช้การนำ will หรือ be (am / is / are) ขึ้นต้นประโยค
ตัวอย่างประโยค
ใช้ will not (won’t) หรือ be not + going to
ตัวอย่างประโยค
มักใช้ในการสื่อสารเรื่องแผน การตัดสินใจ และการนัดหมายในที่ทำงาน
ตัวอย่างประโยค
📌 เป็นประโยคที่พบได้จริงในการทำงานประจำวันในออฟฟิศ
will | going to |
ตัดสินใจตอนพูด | วางแผนไว้แล้ว |
สัญญา / เสนอความช่วยเหลือ | มีแผนชัดเจน |
คาดการณ์จากความคิดเห็น | คาดการณ์จากหลักฐาน |
จำง่าย ๆ
คิดตอนนี้ → will
คิดไว้ก่อนแล้ว → going to
Future Simple เป็น Tense ที่
✔ ใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวันและการทำงาน
✔ จำเป็นต่อการสื่อสารในที่ทำงาน
✔ เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้ทันที
ถ้าคุณสื่อสารเรื่องอนาคตได้ การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติจะราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Future Simple คือการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต เพียงแค่แยกให้ออกว่า
เมื่อเข้าใจจุดนี้ คุณก็สามารถใช้ Future Simple ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจทันที
หากคุณต้องการเรียนภาษาอังกฤษแบบไม่มีพื้นฐานเลย สามารถเริ่มต้นได้ที่ CHAMP Language Center คุณสามารถเลือกดูคอร์สเรียนต่างๆ ของเราได้ที่หน้า คอร์สเรียนของเรา ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับผู้เรียนทุกระดับ